May 16, 2022

ลีด ยูไนเต็ด เป็นทีมที่เพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์ มีความดุดันชวนหลงใหล และมันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ยุคซิกซ์ตี้ เซเวนตี้ แล้ว

สาวกทีมยูงทองในยุคนั้นก็มีมากมาย บางที ลีดส์ อาจจะหายหน้าหายตาไปบ้างในยุคที่ เอจตี้ส์ แต่เมื่อเข้าสู่ยุคไนน์ตี้หรือช่วงปีที่ 1990 พวกเขาก็กลับมาเสริมสร้างฐานกองเชียร์ได้อีกมากมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วการคว้าแชมป์ ในดีวิชั่นหนึ่งเดิมเป็นทีมสุดท้ายก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นพรีเมียร์ลีก

หลายคนยังคงชื่นชอบและปักใจเชียร์ ลีด ยูไนเต็ด จากวีรกรรมที่พวกเขาบดบี้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างมันถึงขิงในฤดูกาล 1991/92 ก่อนที่สุดท้ายแล้วทีมของ โฮเวิร์ด วิลกินสัน จะเร่งเครื่องทะยานเข้าป้ายเป็นอันดับหนึ่งจนได้ ทำให้ทีมผีแดงยังต้องรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดต่อไป

คงเป็นยุคสุดท้ายที่ลีดน่าจะเรียกกองเชียร์ให้มาเป็นแฟนบอลยอดทีมสีขาวแห่งเอลแลนด์ โร้ด ได้นั้นก็คงจะเป็นยุคที่ เดวิด โอเลียรี่ กุมบังเหียนในช่วงนั้น เผลอแผล็บเดียวช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์นั้นผ่านมาร่วมสองทศวรรษเข้าไปแล้ว

นักเตะดังๆ ในชุดนั้นมีหลายคน แฮร์รี่ คีเวลล์, อลัน สมิธ, มาร์ค วิดูก้า, ริโอ เฟอร์ดินาน, โจนาธาน วู้ตเกต, ลี โบวเยอร์, เอียน ฮาร์ท, เอริค บั๊คเค่, พอล โรบินสัน ฯลฯ ซึ่งในแต่ละคนต่างก็มีแฟนบอลที่ชื่นชอบในความสามารถเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขณะที่ผลงานในสนามก็ยังยอดเยี่ยมบุกตะลุยเข้าถึงรอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เมื่อหมดจากยุคนั้นลีดก็จึงร่วงโรย ตกชั้นไปอยู่ในลีกล่างนานจนแทบลืมกันเลยถึง 16 ปี เคยลงไปสัมผัสลีกวันด้วยซ้ำ กว่าจะได้ลืมตาอ้าปากและกลับมาอยู่ในสถานะทีมพรีเมียร์ลีกได้อีกนั้นก็ซีซั่นก่อนนี้เอง

คิดว่าเมื่ออยู่ในมือของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า พวกเขาเป็นอย่างไรก็ต้องตอบว่าดีมากแน่สำหรับระดับแชมเปียน ชิป แต่กับเวทีพรีเมียร์ลีกที่แต่ละสโมสรแข็งแกร่งขึ้น พัฒนาขึ้น และที่สำคัญมากๆคือศึกษาคุณมากขึ้นนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

มันยังคงกลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกเมื่อต้องลงสนามในแต่ละเกมด้วยการพบเจอกับคู่แข่งที่รู้จักคุณเป็นอย่างดี ซีซั่นที่แล้วลีดส์โฉบเฉี่ยวโบยบิน แต่ฤดูกาลนี้พวกเขาไม่ใช่ของใหม่ที่ไม่มีใครเคยเห็นอีกแล้ว

ถ้าคุณยังย่ำอยู่ที่เดิมตลอดก็เท่ากับว่าคุณเสียเปรียบเขาไปแล้วหนึ่งก้าวเสมอ อันที่จริงขุมกำลังของทีมยูงทองดีขึ้นมาด้วยซ้ำเพราะไม่ได้เสียผู้เล่นตัวหลักออกไปเลยสักคน นักเตะสำคัญยังคงอยู่กับทีมในทุกๆ ตำแหน่งอีกทั้งยังได้นักเตะใหม่อย่าง แดเนียล เจมส์ กับ จูเนียร์ ฟีร์โป้ มาเสริมทีม และยังมีการเซ็นสัญญาถาวรกับ แจ๊ค แฮร์ริสัน จากแมนฯ ซิตี้ อีกต่างหาก

คัลวิน ฟิลลิปส์, สจ๊วร์ต ดัลลัส ,ราฟินญ่า, แพทริก แบมฟอร์ด, ลุค อายลิ่ง , ปาสกาล สเตราต์ ฯลฯ ยังอยู่ในถิ่นเอลแลนด์ โร้ด ไม่ได้ย้ายออกไปไหน

คิดว่าปัญหาใหญ่ของลีดส์คืออาการบาดเจ็บที่ค่อนข้างยาวของนักเตะตัวหลักทั้งสองคนคือแบมฟอร์ดกับฟิลลิปส์

ทีมระดับกลางๆ อย่างลีดไม่ได้มีขุมพลังใหญ่โตพอที่จะสามารถปล่อยนักเตะตัวหลักของทีมชุดใหญ่ได้พร้อมๆ กันทีละหลายคน พวกเขาไม่ได้มีนักเตะตัวแทนระดับคุณภาพระดับเดียวกันมากมายขนาดนั้น เอาเข้าจริงแล้วนอกจากทีมตัวจริงของบิเอลซ่าแล้ว ลีด ก็แทบจะหาตัวนักเตะสำรองที่แฟนบอลไม่กังวลไม่ได้เลย

เมื่อมองว่าตัวเกมคนสำคัญอย่าง ฟิลลิป ซึ่งเป็นตัวหลักในระบบการเล่นรุกแบบเต็มสูบของ บิเอลซ่า เจ็บผลกระทบย่อมมีมากเช่นเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันความเฉียบขาดในการที่จะทำประตูและการมีส่วนร่วมในเกมรุกของ แบมฟอร์ดก็คือจิ๊กซอว์ตัวโตของสโมสรในยุค บิเอลซ่า ด้วย

เพราะที่จริงแล้ว แบมฟอร์ด คือกองหน้าที่เข้าใจและสามารถเล่นในระบบของบิเอลซ่าได้ดีมากๆ พักบอลได้ สามารถพาบอลไปเองได้ ประสานงานกับเพื่อนได้ ยิงประตูได้ดี

เมื่อพูดถึงความมั่นใจและผ่อนคลายกับระบบการเล่นของกุนซืออาร์เจนไตน์แล้ว การสูญเสียนักเตะทั้งสองคนนี้ออกไปจากอาการบาดเจ็บโดยที่ทีมไม่สามารถที่จะหาคนที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันมาแทนเขาได้คงจะเกิดปัญหาใหญ่ เราเองก็เคยเห็นมาแล้ว กระทั่งทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล ยังเอาตัวไม่รอดเมื่อต้องเสียปราการหลังในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กยกแผง ทีมอย่างลีดก็คงมีลักษณะเดียวกันเพียงแต่เสียนักเตะหลักแค่ 2 คนก็มีผลกระทบมากเอาเรื่อง

บิเอลซ่า กำลังพยายามมากที่จะนำ ลีด เติบโตขึ้นไปด้วยการหานักเตะใหม่มาเสริมทัพอย่าง เจมส์ และ ฟีร์โป้ เพราะมันทำให้ขุมพลังของทีมมันใหญ่ขึ้น มีนักเตะระดับคุณภาพชั้นนำคอยหมุนเวียนกันเล่น และเชื่อว่าเขามีแผนงานที่จะขยับขยายให้ทีมของเขาใหญ่ขึ้นอีกจากที่ทดแทนกันได้ 3-4 ตำแหน่งก็อาจจะเป็น 6-7-8 ตำแหน่งหรือสามารถเล่นแทนกันได้ทั้งทีม

แต่ในระหว่างทางย่อมเจออุปสรรคเป็นธรรมดา การเล่นของ ลีด จะเน้นพละกำลังมากกว่า ระบบทีมเวิร์กและการเป็นระเบียบวินัย นักเตะต้องฟิตวิ่งได้ตลอดทั้งเกมเพราะ บิเอลซ่า ถนัดการเล่นเกมกดดันสูงใส่คู่ต่อสู้ถึงแดนบน

เมื่อเลือกที่จะเล่นอย่างนั้นย่อมเป็นธรรมดาที่เกมรับจะเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้โจมตี มันก็เป็นการยึดมั่นในปรัชญาที่ตัวเองมีเพียงแต่ติดข้อจำกัดและปัจจัยในเรื่องความใหญ่ของขุมกำลังและปัญหาบาดเจ็บที่เล่นงานนักเตะหัวใจหลักนั่นล่ะ