May 17, 2022

ประวัติที่ไม่ธรรมดาของ เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ นักเตะจอมพลังของสโมสร ลิเวอร์พูล

เฟอร์จิล ฟัน ไดก์  เป็นนักเตะชาวดัตช์ ในปัจจุบันเขาลงเล่นให้กับสโมสร ลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก และ ฟัน ไดก์ ก็ได้เข้าร่วมทีมฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2014

เซลติก

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 2013 ฟัน ไดก์ มีโอกาสย้ายไปเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเซลติก ด้วยค่าเหนื่อยประมาณ 2.6 ล้านปอนด์ เขามีโอกาสได้ลงสนามนัดแรกในวันที่ 17 สิงหาคม ด้วยการเปลี่ยนตัวลงสนามไปแทน เอเฟ แอมโบรส ในช่วง 13 นาทีสุดท้ายในการแข่งขันที่เจอกับสโมสรฟุตบอลแอเบอร์ดีน

เซาแทมป์ตัน

เมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2015 ฟัน ไดก์ ตัดสินใจย้ายทีมอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเลือกมาอยู่สโมสรฟุตบอล เซาแทมป์ตัน ด้วยค่าเหนื่อยประมาณ 13 ล้านปอนด์ กับสัญญาอีก 5 ปี เขามีโอกาสได้ลงสนามนัดแรกให้กับทีมในศึกที่ไปเยือนสโมสรฟุตบอลเวสต์บรอมวิชอัลเบียน ที่สนามเดอะฮอว์ธอร์น ในวันที่ 12 กันยายน ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 0-0

ลิเวอร์พูล

หลังจากนั้นในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 2017 ฟัน ไดก์ ก็เลือกที่จะย้ายทีมอีกรอบหนึ่ง หันมาร่วมทีมกับ ลิเวอร์พูล ในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2018 ด้วยค่าเหนื่อยประมาณ 75 ล้านปอนด์ จากการย้ายครั้งนี้กลายเป็นสถิติค่าเหนื่อยที่สูงที่สุดในโลกของผู้เล่นในตำแหน่งปราการหลัง

ฤดูกาล 2017-18

ในวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2018 ของรายการ เอฟเอคัพ รอบที่สาม ฟัน ไดก์ มีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในนัดแรกและยังทำประตูแรกในนามของ ลิเวอร์พูล ในการแข่งขันครั้งนั้น ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดสนาม แอนฟีลด์ และเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมือง มาได้ 2-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 4 สุดท้ายในศึก เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ

ฤดูกาล 2018-19

ต่อมาในวันที่ 21 ธันวาคม ของปี 2018 ฟัน ไดก์ มีโอกาสทำประตูแรกในศึกพรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2018–19 นัดที่ ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ วูลฟ์แฮมตันวันเดอเรอส์ ที่สนามกีฬาโมลีนิวส์ มาได้ 2-0 ด้วยผลงานที่ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆทำให้ ฟัน ไดก์ ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนธันวาคมของพรีเมียร์ลีกไปเป็นที่เรียบร้อย

ต่อมาในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ของปี 2019 ฟัน ไดก์ ซัด 2 ประตูสำคัญ ในศึกที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านและเอาชนะ วอตฟอร์ด 5-0 ต่อมา ในวันที่ 13 มีนาคม ของปี 2019 ในศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ของรอบ 16 ทีมสุดท้าย ในนัดการแข่งขันที่ 2 ฟัน ไดก์ ก็ยังคงสามารถทำประตูแรกในศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซีซั่น 2018–19 นัดที่ ลิเวอร์พูล สามารถเอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก ที่อัลลีอันทซ์อาเรนา มาได้ 3-1 ผลรวมของทั้งสองนัด ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก มาได้3-1 ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล มีโอกาสผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ หลังจากนั้นในศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย การแข่งขันนัดที่ 2 ฟัน ไดก์ ก็ยังคงทำประตูเป็นประตูที่ 2 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในการแข่งขันที่ ลิเวอร์พูล พบกับ โปร์ตู จากโปรตุเกส และเอาชนะมาได้ 4-1 รวมผลของสองนัด ลิเวอร์พูล สามารถเอาชนะ โปร์ตู มาได้ 6-1 ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ[9]

ฤดูกาล 2019-20

ต่อมาวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2019 ของศึกพรีเมียร์ลีก ในรายการเปิดฤดูกาลปี 2019–20 ฟัน ไดก์ มีโอกาสทำประตูแรกอีกครั้งในศึกพรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2019–20 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือน นอริชซิตี และคว้าชัยมาได้ 4-1 หลังจากนั้น ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ของปี 2019 ฟัน ไดก์ ซัดไป 2 ประตู ในเกมการแข่งขันที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน และเอาชนะมาได้ 2-1 หลังจากนั้นในวันที่ 21 ธันวาคม ของปี 2019 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2019 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล พบกับ ฟลาเม็งกู ในฐานะแชมป์เก่าของ โกปาลิเบร์ตาโดเรส ที่สนามกีฬาแห่งชาติ คาลิฟา ในโดฮา, ประเทศกาตาร์ แต่ในการแข่งขันครั้งนั้นเป็นฝ่าย ลิเวอร์พูล ที่สามารถเอาชนะ ฟลาเม็งกู ในช่วงต่อเวลาพิเศษมาได้ 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก สมัยแรกได้สำเร็จ